รีวิวหนังสือ “The good woman of china”

....เพราะโชคชะตาชอบเล่นตลก ทำให้ทุกชีวิตมี ‘เรื่องราว’....
       

       หลายๆชีวิตไม่ว่าเด็กเฒ่าหรือหนุ่มสาวในสังคมจีน ที่มีชีวิตอยู่ร่วมกันท่ามกลางยุคสมัยแห่งการยึดถือประเพณี ความเชื่อ ค่านิยมและหน้าตา ดังเช่นในยุคก่อนและหลัง การปฏิรูปและเปิดประเทศ (สมัยผู้นำเติ้งเสี่ยวผิง นับตั้งแต่ปี 1983 ) เป็นสีสันชีวิตที่น่าติดตามอีกยุคหนึ่ง
       
       เนื่องจากเป็นยุคสมัยที่ชาวจีนไม่ค่อยกังวลเรื่องปากท้อง หรือชีวิตความเป็นอยู่ แต่เริ่มหันมาพุดคุยกันถึงเรื่องของ ‘ความสัมพันธ์’ และ‘ความรู้สึก’ กันมากขึ้น และสังคมก็ค่อยๆเริ่มเปิดช่องว่างเล็กๆให้กับการตั้งคำถาม และการถกเถียง ถึงแม้จะก็ยังมีบางเรื่องที่เป็นเรื่อง ‘ต้องห้าม’ อยู่บ้าง
       
       ในยุคของการเริ่มต้นสร้างฐานแห่งสังคมพรรคคอมมิวนิสต์ สังคมจีนยังเต็มไปด้วยข้อสงสัย ความไม่ไว้วางใจ และความลวงเกิดขึ้นมากมาย แต่แล้วเมื่อเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการ ‘เปิด’ ความคลุมเครือด้านหนึ่งก็ถูกถลกหนังออก เมื่อผู้หญิงได้ลุกขึ้นตั้งคำถาม ต่อ คุณค่าของกุลสตรีจีน
       
       เรื่องราวของผู้หญิงที่ถ่ายทอดโดยนักจัดรายการวิทยุสาว ซินหรัน ในหนังสือ ‘เสียงเพรียกที่กลบเร้น จากแผ่นดินใหญ่’  The Good Women of China ไม่เพียงเปิดเผยถึงเรื่องจริงของชีวิตผู้หญิงจีน จากสังคมระดับต่างๆในเวลานั้น แต่ยังได้ไขประตูนำเราก้าวเข้าสู่ห้วงแห่งความคิดและทัศนคติของพวกเธอ ต่อการดำรงตนเป็น ผู้หญิงที่ดีและเพียบพร้อม ในสังคมจีนอีกด้วย
       
       ซินหรัน นักจัดรายการวิทยุ ทำงานในสถานีวิทยุของรัฐบาล ที่ออกอากาศในเมืองหนันจิง(นานกิง) มณฑลเจียงซู ในประเทศจีนช่วงกลางทศวรรษที่ 70 ~ 80 เธอใช้โอกาสจากการทำรายการวิทยุ ‘ถ้อยคำในสายลมแห่งราตรี’ พูดคุยทำความรู้จักกับผู้หญิงจีนหลายรุ่นในยุคนั้น เพื่อค้นหาคำตอบว่า คุณค่าของผู้หญิงจีนอยู่ที่ใด และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของบันทึกประสบการณ์ชีวิตของผู้หญิงจีน 15 คน
       
       ซินหรันใช้อภิสิทธ์จากการเป็นสื่อมวลชน ออกไปสัมภาษณ์ผู้หญิงหลายคน ทั้งที่อยู่ข้างถนน ในคุก และในโรงพยาบาลประสาท ทั้งที่เป็นแม่ เป็นเมีย ลูกสาว หลานสาว และเพื่อนหญิง ทั้งที่เกี่ยวข้องกับงาน เรื่องที่เธอสนใจเป็นพิเศษ รวมไปถึงที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอเอง
       
       เรื่องราวความระทมทุกข์ของผู้หญิงจีนที่เธอได้ประสบนี้ นอกจากจะเก็บตกจากการสัมภาษณ์แล้ว บ้างจากประสบการณ์ตรง บ้างก็รวบรวมจากเรื่องราวในจดหมาย หรือทางสายโทรศัพท์จากแฟนรายการ
       
       พวกเธอเหล่านั้นได้บอกเล่า ความลำเค็ญต่างๆนานา ที่นำพาชีวิตไปสู่หนทางของการเป็น กุลสตรีจีนที่ดี และคุณเชื่อไหม...เส้นทางสายนี้มันพาพวกเธอไปสู่นรก!..

       
       เรื่องราวทั้งหมดของพวกเธอ คือโศกนาฏกรรมที่เกิดจากการถูกกระทำโดยสังคม สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง และความไม่มั่นคงทางการเมืองในยุคนั้น และหลายเรื่องโดยผู้ชาย ถึงแม้จะเป็นเพียงการเล่าเรื่องผ่านคำพูดที่เรียบง่าย แต่ก็กระตุ้นให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจอย่างมากในทุกๆตอน
       
       บางเรื่องเช่น ...เรื่องของ ‘เด็กผู้หญิงที่เลี้ยงแมลงวัน’ ที่ต้องเผชิญกับความหวาดกลัวตลอดชีวิต จากผู้ที่ถูกเรียกว่า‘พ่อ’ ผู้สร้างและทำลาย ‘ประสบการณ์ผู้หญิง’ครั้งแรกของเธอ ชะตากรรมของเด็กสาวทั้งน่าเวทนาและน่าสะอิดสะเอียน จนยากที่คุณจะขยับนิ้วพลิกอ่านหน้าต่อไปได้
       
       แต่ในขณะที่บางเรื่องเริ่มต้นด้วยความสดใส และชีวิตที่สมบูรณ์เปี่ยมสุข แต่แล้วจู่ๆก็ผลักเราจมดิ่งสู่เหวนรกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดังเช่นชีวิตของ ‘ลูกสาวนายพลของพรรคกั๋วหมินตั๋ง’ ที่เผยให้เห็นอสูรร้ายในคราบมนุษย์ ที่กระชากวิญญาณบริสุทธิ์ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไป และหลงเหลือไว้แต่เพียงร่างกายที่ ‘ว่างเปล่า’
       
       หรือแม้แต่เรื่องอื้อฉาวของบางชีวิตที่ต้องแอบซ่อน เช่นเรื่องราวของผู้หญิงที่ถูกผู้ชายเอาเปรียบ จนกลายมาเป็นพวกรักร่วมเพศ ใน ‘หญิงรักหญิง’...ยังมีเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ ที่ถูกโชคชะตากลั่นแกล้ง และบีบคั้นอารมณ์จนไม่อาจจะเชื่อได้ว่า เป็นเรื่องจริงของ‘หญิงผู้เฝ้ารอสี่สิบห้าปี’ ...และชีวิตจริงของ ‘หญิงเก็บขยะ’ แม่ผู้ประเสริฐ ความเสียสละของเธอน่ารันทดเหนือจริง ราวกับเป็นเรื่องในนิยายน้ำเน่า ...ฯลฯ
       
       เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้หญิง 15 คน และทั้งหมดคือ เรื่องจริง ที่ตีแผ่ด้านที่โหดร้ายของชีวิตผู้หญิงจีนในยุคสมัยหนึ่ง เบื้องหลังทั้ง 15 ชีวิต ที่โลดแล่นอยู่ในหนังสือเล่มนี้ทุกบท ทุกบรรทัดและทุกตัวอักษร ยังมีชีวิตของผู้หญิงอีกนับล้านๆคนในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ต้องเผชิญชะตาชีวิตไม่ต่างกันนัก ภายใต้กรอบประเพณี ความเชื่อและค่านิยม ที่มองผู้หญิงเป็น ‘...สิ่งของ และทรัพย์สมบัติที่ต้องแบ่งสรรปันส่วน เฉกเช่น อาหาร อาวุธ...(หน้า78 )’ และบางครั้งที่โยนบาปให้กับผู้หญิงอย่างเจ็บแสบ เมื่อ ‘ผู้หญิงที่มีความรัก เป็นความผิดทางศีลธรรม และความไม่ดีงามของสังคม’ ดังที่คุณจะรู้สึกได้จากบางตอนในหนังสือเล่มนี้
       
       และคงไม่มีคำใดมาสาธยายความเจ็บปวดอันหนักหนาสาหัสของผู้หญิงจีนได้ดี เท่าคำพูดของผู้แปล ‘เสียงเพรียกที่กลบเร้น จากแผ่นดินใหญ่’  ปวีณา วิริยประไพกิจ ที่กล่าวไว้ในคำนำผู้แปล ว่า
 ‘...การคงชีวิตให้มีลมหายใจของผู้หญิงจีนที่ซินหรันเล่าถึง นับเป็นวีรกรรมทีเดียว’
       

       ถึงแม้เหตุการณ์ต่างๆในหนังสือจะเป็นเรื่องราวในอดีตที่จบสิ้นไปแล้ว แต่อย่างที่ทุกคนทั่วโลกตระหนักดี ทุกวันนี้ ยังคงมีผู้หญิงอีกจำนวนมากกำลังประกอบ ‘วีรกรรม’ ของพวกเธออยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้...หรือที่ข้างๆตัวคุณ...
       
       และหากว่า การแนะนำหนังสือเล่มนี้ได้นำน้ำตา และความเคียดแค้นมาให้เพื่อนผู้อ่าน ‘หิ้งหนังสือ’ ก็ขอกล่าวคำว่า ขออภัย และหวังแต่เพียงว่า เรื่องราวบางส่วนในอีกโลกหนึ่งของกุลสตรีจีนทุกท่านนี้ จะมีคุณค่าบ้าง ที่ได้มอบกำลังใจและปัญญาแก่ใครบางคนในสังคมไทยด้วย ...ไม่ว่าท่านนั้นจะเป็นผู้หญิง ผู้รักร่วมเพศ หรือผู้ชาย.